เด็กเล็กอายุประมาณ 2-6 ปี (เคี้ยวขนมได้)
ขนมหรืออาหารสุขภาพที่ควรแนะนำ
แคลเซียม , โคลีน , วิตามิน น้ำลูกพรุน , เครื่องดื่มธัญพืช เช่น ถั่วเหลือง งาดำ , โอลิโกฟลุ๊คโตส , น้ำผลไม้ เช่น น้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำทับทิม
หลักการ และ เหตุผล
- โคลีน เป็นสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายต้องการ โดยเฉพาะการทำงานของระบบสมอง และ ประสาททั่วร่างกาย
- โอลิโกฟลุ๊คโตส เป็นน้ำตาลเชิงซ้อนจากพืช ช่วยส่งเสริมกระบวนการพรีไบโอติกส์ ช่วยระบบขับถ่ายของร่างกาย
- วิตามินรวม เหมาะในเด็กที่ขาดอาหาร หรือเบื่ออาหาร ทานอาหารได้น้อย
- วิตามินบี บำรุงสมองและระบบประสาท
ข้อควรระวัง - เรื่องที่ควรทราบ
- เด็กวัยนี้ต้องการ แคลเซียม วันละ 800 ม.ก. ต่อวันในอาหารเฉลี่ยมีประมาณ 200 ม.ก ต่อวัน และนมมีประมาณ 250 ม.ก. (แก้ว 250 ซีซี)
- น้ำลูกพรุน ช่วยในการระบาย ไม่ควรทาน ในปริมาณสูง จะทำให้ท้องเสีย และเหมาะสำหรับเด็กท้องผูก
เด็กเล็กอายุประมาณ 6-15 ปี (กลืนเม็ดแคปซูล หรือ เม็ดยาได้)
ขนมหรืออาหารสุขภาพที่ควรแนะนำ
แคลเซียม , วิตามินรวม , โคลีน , น้ำมันปลา , ลูทีน ซีแซนทีน , สไปรูไลน่า , เครื่องดื่มธัญพืช เช่น ถั่วเหลือง งาดำ , เครื่องดื่มประเภท โปรตีนจากถั่วเหลือง , น้ำผลไม้ เช่น น้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำทับทิม
หลักการ และ เหตุผล
- เด็กเล็กต้องการแคลเซียม วันละอย่างน้อย 800 ม.ก. ต่อวัน ในวัยรุ่นต้องการถึง 1200 ม.ก. ต่อวัน เด็กหญิงมักจะหยุดสูงก่อนอายุ 16-18ปี เด็กชายก่อนอายุ 18-20ปี
- น้ำมันปลา มีกรดไขมัน โอเมก้า3 เป็นสารสำคัญในการเสริมสร้าง เซลส์สมองและระบบประสาท
- สไปรูไลน่า เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ย่อย ดูดซึมง่าย มีกรดอะมิโนอิสระครบถ้วนและยังมีแร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด
ปัญหาของเด็กไทย จากการสำรวจพบว่า เด็กและเยาวชนมีการกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ พวกขนมขบเคี้ยว มันฝรั่งทอด ลูกอม ช็อกโกแลต ข้าวเกรียบกุ้ง ขนมอบกรอบ เหล่านี้มากกว่าหนึ่งในสี่ของพลังงานที่ได้รับจากอาหาร ทั้งที่ขนมขบเคี้ยวที่มีการบริโภคไม่ใช่อาหารหลัก การบริโภคขนมดังกล่าวมีผลกระทบต่อสุขภาพทำให้เด็ก เลือกไม่กิน หรือกินอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย "น้อยลง" ทำให้เด็กและเยาวชนไทยไม่ได้รับ หรือลดการได้รับสารอาหารสำคัญ ที่จำเป็นต้องได้รับส่งผลต่อการเติบโตของร่างกายและการพัฒนาทางสติปัญญา ช่วยกันดูแล ลูกหลานให้กินอาหารที่มีประโยชน์กันดีกว่า นะครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น